สาเหตุของการแพ้ลิปสติก

สาเหตุของการแพ้ลิปสติก แต่ในภาวะปัจจุบัน มีการแข่งขันกันทางการตลาดด้านความสวยความงามค่อนข้างสูง ทำให้ผู้ผลิตบางรายต้องการลดต้นทุนการผลิต และใช้สารบางตัวที่เป็นสารระคายเคืองเป็นส่วนผสม ทำให้เกิดอาการแพ้เครื่องสำอาง คนบางคนไม่มีปัญหาเกี่ยวกับการแพ้เครื่องสำอาง ถือว่าโชคดีไป แต่สำหรับบางคน จะใช้เครื่องสำอางสักชิ้น ยากมาก เพราะมีภาวะแพ้เครื่องสำอาง เกือบทุกตัว จนบางครั้ง ไม่อยากจะหยิบเครื่องสำอางขึ้นมาแต่งหน้าซะด้วยซ้ำ

ปัญหาที่กล่าวมานี้ สามารถแก้ปัญหาได้โดยวิธี skin patch test ซึ่งก็คือการทดสอบสารที่คาดว่าน่าจะเป็นสาเหตุที่ทำให้ผิวแพ้สัมผัส ซึ่งสารที่นำมาทดสอบมีมากกว่า 100 สาร โดยเบื้องต้นผู้ทำการเทสต์จะต้องสันนิษฐานด้วยตัวเองก่อนว่าแพ้สัมผัสเกิดจากอะไร เช่น แพ้ลิปสติก น้ำหอม หรือเครื่องประดับจากโลหะ ผู้เทสต์สามารถนำเครื่องสำอางที่ต้องสงสัยว่าเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดการแพ้ไปให้แพทย์ที่โรงพยาบาลวินิจฉัยได้ด้วย

หากแต่หลายๆ คนไม่มีเวลาเพื่อไปเทสต์ อีกทางหนึ่งคือ การใช้เครื่องสำอางที่มีส่วนผสมจากธรรมชาติ ปราศจากน้ำหอม แอลกอฮอล์ พาราเบน หรือ สารสังเคราะห์ที่เป็นสารก่อการระคายเคือง เพื่อหลีกเลี่ยงอาการแพ้

ผู้ที่มีอาการแพ้ลิปสติก จะมีอาการมากน้อยแตกต่างกัน หากแพ้น้อยอาจ จะมีอาการเพียงริมฝีปากแห้ง แต่หากแพ้มาก อาจเกิดอาการ ริมฝีปากอักเสบ บวมหรือหายใจไม่ออก เมื่อมีอาการแพ้ต้องหยุดใช้ลิปสติกแท่งนั้นทันที แล้วเปลี่ยนไปใช้ลิปสติกชนิดอื่นแทน เช่น ใช้ลิปสติกชนิดที่ไม่มีน้ำหอม การแพ้เครื่องสำอางนั้นส่วนใหญ่เป็นไปเฉพาะแต่ละบุคคล ฉะนั้นบางคนอาจแพ้ แต่บางคนไม่แพ้ สำหรับลิปสติกพบว่ามี 1 ใน 5 ล้านคน ที่มีอาการแพ้ลิปสติกโดยธรรมชาติ อย่างไรก็ตามการใช้ ลิปสติกทาบนริมฝีปากซึ่งเป็นเนื้อเยื่ออ่อน วันละหลายครั้ง และสัมผัสริมฝีปากเป็นเวลานาน อาจทำให้เกิดการแพ้ได้ง่ายกว่าผิวหนังบริเวณอื่น การแพ้ลิปสติกนั้น ส่วนใหญ่เกิดจากสารปนเปื้อนในน้ำหอมและสี แต่แนวโน้มการแพ้ลิปสติกได้ลดลงมาเป็นลำดับ ทั้งนี้เนื่องจากผู้ผลิตใช้วัตถุดิบที่บริสุทธิ์ขึ้น มีสารปนเปื้อนน้อยในการผลิตลิปสติก นอกจากนี้การทาลิปสติกโดยใช้นิ้วมือ อาจทำให้เกิดติดเชื้อที่ริมฝีปากได้

สาเหตุของการแพ้ลิปสติก

1.น้ำหอมในลิปสติก อาจมีสารบางชนิดกระตุ้นให้เกิดการแพ้

2.สีในลิปสติก อาจมีสารปนเปื้อน ทำให้แพ้ได้ และสีบางชนิดทำให้ริมฝีปากไวต่อแสงแดด

3.ลิปสติกที่มีไขมันและน้ำมันน้อย อาจทำให้ริมฝีปากแห้งแตกทำให้แพ้ง่าย

4. สารตัวเติมอื่นๆ บางตัวมีฤทธิ์เป็นตัวเร่งการแพ้

ลิปสติก

1. ลิปสติกเป็นเครื่องสำอางที่ใช้แต่งริมฝีปาก เพื่อให้ความชุ่มชื้น ทำให้ริมฝีปากสวยงามและปกปิดความบกพร่องของริมฝีปาก

2. หากลิปสติกมีส่วนผสมของสารต้องห้าม เช่น สารนิเกิล โลหะ หรือสารตะกั่ว ซึ่งจะอยู่ในสีที่ใช้ในภาคอุตสาหกรรม ก็จะก่อให้เกิดอาการระคายเคืองอย่างรุนแรง เกิดพิษรุนแรง และพิษดูดซึมเข้าระบบทางเดินอาหาร ทำให้คลื่นไส้ อาเจียน ตาพร่ามัว หรือทำให้ริมฝีปากปากปวดแสบปวดร้อน คัน เห่อแดง บวม หรือลอกเป็นขุย

3. แม้จะเป็นลิปสติกที่ได้มาตรฐานทั่วไป แต่การใช้ลิปสติกทาบนริมฝีปาก ซึ่งเป็นเนื้อเยื่ออ่อนวันละหลายครั้ง และสัมผัสริมฝีปากเป็นเวลานานๆ ก็อาจทำให้เกิดการแพ้ได้ง่ายกว่าผิวหนังบริเวณอื่น โดยสาเหตุของการแพ้นั้น มาจากน้ำหอมที่เป็นส่วนผสมในลิปสติก หรืออาจมีสารบางชนิดกระตุ้นให้เกิดการแพ้

4. สีในลิปสติกบางชนิดอาจทำปฏิกิริยากับแสงแดด ทำให้เกิดผื่นผิวหนังอักเสบ ส่วนลิปสติกที่มีไขมันและน้ำมันน้อย อาจทำให้ริมฝีปากแห้งแตก ทำให้แพ้ง่าย เป็นต้น โดยระยะในการแพ้จะอยู่ในช่วง 7-10 วัน ที่ผ่านมาพบว่าสีลิปสติกที่ทำให้ผู้ใช้แพ้มากที่สุด ได้แก่ กลุ่มที่ให้สีสด คือ สีส้ม ชมพู และสีแดง แต่การแพ้นั้นไม่ได้เกิดทุกคน

5. ปัจจุบันลิปสติกถูกออกแบบมาให้เราเลือกใช้มากมายหลายแบบ ทั้งแบบเนื้อครีมมันแวววาว แบบเนื้อด้าน และอีกหลายแบบมากมาย เวลาเลือกซื้อลิปสติก ควรลองทาจริงบนริมฝีปากก่อน นอกจากทดสอบความเนียนละเอียดของเนื้อลิปสติกแล้ว สีสันของลิปสติกที่เห็นตามเคาน์เตอร์นั้น จะไม่ใช่สีจริงที่จะได้เห็นบนริมฝีปากจริง เวลาทดลองสีลิปสติก ควรดูว่าสีสันที่ปรากฏนั้นเป็นที่พอใจหรือยัง ควรทดลองดมกลิ่นของลิปสติกด้วยว่า เป็นกลิ่นที่รับได้หรือไม่ เพราะลิปสติกแต่ละยี่ห้อจะมีกลิ่นไม่เหมือนกัน ต้องมั่นใจว่า เมื่อทาลิปสติกลงบนริมฝีปากแล้ว จะไม่สร้างความรำคาญให้เกิดขึ้น

6. บางคนนิยมเลือกเลือกลิปสติกชนิดที่มี moisture เพื่อปกป้องให้ริมฝีปากมีความชุ่มชื่นอยู่เสมอ ส่วนใหญ่จะเลือกเฉดสีให้เหมาะสมกับ eye shadow และ brush ลิปสติกเป็นเครื่องสำอางที่มีสีสันให้เลือกมากที่สุด แต่โดยปกติแล้ว ผู้หญิงจะมีสีลิปสติกที่ถูกใจอยู่เพียงไม่กี่สี อาจนำสีลิปสติกที่มีอยู่แล้ว นำมาผสมกัน กลายเป็นสีใหม่ได้

ลักษณะลิปสติกที่ดี

1. มีเนื้อเรียบ นุ่มนวล มีความชุ่มชื้น และความมันพอเหมาะ ไม่มีเหงื่อแตกร่วน หรือแข็งเป็นก้อน คงสภาพทั้งเมื่อเก็บไว้และขณะใช้ ทนต่อสภาวะต่างๆ ได้ดี

2. หลอมละลายได้ทันทีเมื่อสัมผัสกับริมฝีปาก

3. ไม่มีอันตรายต่อผิวหนังให้สีติดทน แต่สามารถล้างออกได้ง่ายเมื่อต้องการ